วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

"ดูหนังหนังจีนสะท้อนนักลงทุน"

                     จากหนังจีนสุดฮิตที่นำมารีเมคใหม่อยู่หลายภาค อย่าง เรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า (จีนแต้จิ๋ว: เทียนเล้งโป๊ยโป๋ว ; จีนกลาง: เทียนหลงปาปู้ ; อังกฤษ: Demi-Gods and Semi-Devils) เป็นสุดยอดนิยายกำลังภายใน จากปลายปากกาของ กิมย้ง นักเขียนยุทธจักรนิยายชาวฮ่องกง ซึ่งนิยายเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้าถือเป็นนิยายอมตะชิ้นยอดอีกชิ้นหนึ่งของ กิมย้ง 


ความสนุกสนานของตัวละครในเรื่องนี้ มีมากมาย แต่ละตัวละครล้วนมีสีสัน และบุคลิกเป็นของตัวเอง 

ต้วนอี้ เป็นตัวละครที่มั่นคงในความรัก แม้ว่าความรักในหลายครั้งอาจจะถูกชะตากรรมเล่นตลกจนพบรักกับน้องสาวต่างมารดาของ ตัวเองก็ตาม แต่หลังจากที่เขาได้พบกับ หวังหวี่เอียน  แล้ว ก็ตามรักนางอย่างมั่นคง แม้ว่านางจะรักอยู่กับ มู่หยงฟู่ ก็ตาม จนท้ายที่สุด ต้วนอี้ก็ได้ครองคู่อยู่กับ หวังหวี่เอียน จึงกล่าวได้ว่า ต้วนอี้เป็นตัวแทนของสุขนาฏกรรม 

            ในขณะที่ เฉียวฟง กลับเป็นตัวแทนของโศกนาฏกรรม ชีวิตของเขาต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงมากมายหลังจากที่รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง และต่อมาก็พลั้งมือสังหาร อาจู หญิงผู้เป็นที่รัก และต้องหาทางห้ามสงครามระหว่างเมืองเหลียว เผ่าของตน กับ เมืองซ่ง ที่เป็นถิ่นเลี้ยงเขามาจนเติบใหญ่ ท้ายที่สุดกลับต้องตัดสินใจ ฆ่าตัวตายเพื่อยุติสงคราม 

           ซีจู๋  คือ ตัวละครที่พบกับความบังเอิญ และโชคช่วยตลอดเวลา นับตั้งแต่ได้รับการถ่ายทอดพลังการฝึกปรือจาก อู๋หยาจือนางเฒ่าทาริกาแห่งเทียนซาน และ หลีชิวสุ่ย จนกลับกลายได้เป็นประมุขแห่งวังคฤธรศักดิ์สิทธิ์ จนท้ายสุดได้เป็นราชบุตรเขยซีเซี่ย 


            มู่หยงฟู่ เป็นตัวแทนของความโลภ ความแค้น และการต้องการที่จะเป็นใหญ่ เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะกู้เมื่อเยี่ยน จนกระทั่งต้องสูญเสียคนที่อยู่รอบข้างไปจนหมด 
              
             จิวหมอจื้อ ที่ทำทุกอย่างเพื่อฝึกพลังฝีมือ เซียวเยี่ยนซาน ผู้พกพาความแค้นมานับสิบปี เยรูหงจี ผู้มักใหญ่ใฝ่สูง 

จากตัวละครที่กล่าวมาสุดท้ายแล้ว จุดจบของ มู่หยงฟู่ และ จิวหมอจื้อ ผู้ที่ไล่ล่าหาวิชาทั่วยุทธภพ ฝึกทุกวิชาที่ยอดเยี่ยมของแต่ละสำนัก ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ เฉียวฟง ซีจู๋  และต้วนอี้ ที่เก่งเพลงยุทธของตัวเองและฝึกฝนจนชำนาญ ก็ไม่ได้ต่างจากนักลงทุนที่เที่ยวร่ำเรียนวิชาของทุกสำนักที่ไหนว่าดี คนไหนว่าเก่ง ก็แห่ไปเรียนไปตาม แต่สุดท้ายแล้วกับการลงทุนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า กระบี่อยู่ที่ใจ หากเยี่ยมยุทธแล้วไซร้ แม้กิ่งไผ่ก็ยังไร้เทียมทาน "
ตัวละครหลักทั้ง 5 คนนั้นได้รับ อุปสรรค และได้เจอความเจ็บปวด ไม่ต่างกัน แต่ที่ต่างกันคือ หลังจากเจอเรื่องราวอันโหดร้ายที่บั่นทอนชีวิต ทั้ง 5 นั้นมีทัศนคติ ที่แตกต่างกัน วิธีการแก้ไข ในเส้นทางที่ต่างกัน จึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็แตกต่างเช่นเดียวกัน หากผู้อ่านได้อ่านหรือดูเรื่องราวของหนังอย่างละเอียดแล้วก็จะเห็นว่า ทัศนคติที่ดีก็เหมือน มีเข็มทิศที่ดี นำไปสู่เป้าหมาย หรือผลลัพธ์ที่ดี  
ผมขอยกคำพูดของ โทนี่ คริสเตียนเซน  นักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจชั้นนำของโลก ซึ่งเค้าได้กล่าวว่า ...Your Attitude is Everything "  

สุดท้ายแล้วอยากบอกว่าถ้าหากเราเดินผิดทางหรือหลงทางในการลงทุน เราคงต้องหยุดตามหาเคล็ดวิชาของทุกสำนักแล้วกลับมาเช็ค ทัศนคติ (Attitude)  ของเรากันใหม่ดีกว่าครับ :)  









เรื่องย่อ

           8 เทพอสูรมังกรฟ้า เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามระหว่างแคว้นต้าซ่งและแคว้นเหลียว ทั้งสองแคว้นทำสงครามต่อเนื่องยาวนานจนปลูกฝังเป็นความแค้นลึกล้ำระหว่างเมืองทั้งสอง ในยุทธจักรมีคำกล่าว"เฉียวฟงเหนือ มู่หยงใต้" เค้าลางแห่งความวุ่นวายเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อเฉียวฟงประมุขพรรคกระยาจกถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรสังหารรองประมุขพรรคกระยาจกหม่าต้าหยวนและยังถูกเปิดโปงว่าเป็นชาวซิตัน ด้วยกระแสชาตินิยมจึงทำให้เฉียวฟงต้องออกจากพรรคกระยาจก เฉียวฟงออกสืบหาความเป็นมาของตนเองเพื่อจะหาผู้ที่ชาวยุทธ์เรียกขานว่า"ผู้นำผู้ยิ่งใหญ่"ผู้ที่สังหารบิดามารดาที่แท้จริงของตนเองจนกระทั่งพบว่าตนเองนั้นเป็นชาวซิตันแซ่เซียว เฉียวฟงจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นเซียวฟง แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรจนเซียวฟงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้สังหารบิดามารดาบุญธรรมและอาจารย์ของตน แต่ยังมีผู้หนึ่งที่อยู่เคียงข้างเซียวฟงตลอดนั่นคืออาจูผู้เป็นสาวใช้ของจอมยุทธ์ใต้มู่หยงฟู่ แต่โศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นจากความแค้นของเซียวฟงจนทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าสลด สุดท้ายเซียวฟงได้ช่วยเหลือเยลู่กีฮ่องเต้ซิตันจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไต้อ๋องแห่งแคว้นเหลียว ณ เมืองต้าหลี่ ต้วนอี้บุตรชายอ๋องเจิ้นหนานต้วนเจิ้นฉุนแห่งต้าหลี่ได้หนีออกจากบ้านเนื่องจากถูกบิดาบังคับให้ฝึกวิทยายุทธ์ แต่ต้วนอี้ฝักใฝ่ทางธรรมมากกว่า แต่สุดท้ายก็ตกกระไดพลอยโจนได้ฝึกสุดยอดวิชาพรรคสราญรมย์และวิชาดรรชนีกระบี่หกชีพจรจนกลายเป็นยอดฝีมือ แต่ด้วยการที่ต้วนอี้ไม่มีพื้นฐานวรยุทธ์ จึงทำให้ยอดวิชาใช้ออกได้เป็นบางครั้งบางคราว ภายหลังต้วนอี้ถูกจิวม่อจื้อราชครูแค้วนถู่ฟานจับตัวไป จนเป็นสาเหตุให้ต้วนอี้ต้องเข้ามาพัวพันกับความวุ่นวายในยุทธจักรจนกระทั่งได้สาบานเป็นพี่น้องกับเซียวฟงและได้พบรักกับหวังอวี่เยี่ยน แต่ในใจหวังอวี่เยี่ยนนั้นรักเพียงญาติผู้พี่นามมู่หยงฟู่แห่งกูซูผู้ได้รับการขนานนามเป็นจอมยุทธ์ใต้เทียบเคียงกับเซียวฟง แม้ต้วนอี้จะไม่ได้รับรักตอบแต่ก็มีความพยายามติดตามมู่หยงฟู่และหวังอวี่เยี่ยนต่อไป
มู่หยงฟู่เป็นทายาทเชื้อพระวงศ์แค้วนต้าเยี่ยนที่ถูกกลืนโดยแค้วนต้าซ่ง ด้วยเหตุนี้มู่หยงฟู่จึงได้รับการปลูกฝังจนมีปณิธานที่จะกู้ชาติ มู่หยงฟู่ศึกษาวิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อยและรอบรู้วิทยายุทธ์หลายสำนัก เขามักจะคบหากับชาวยุทธ์เพื่อจะหากำลังมากอบกู้เมืองเยี่ยนของตน ในอีกด้านหนึง อิ้วถานจื่อผู้เป็นบุตรชายของเจ้าบ้านทั้งสองแห่งหมู่บ้านผู้กล้าต้องออกเร่ร่อนตามล้างแค้นเซียวฟงไปถึงแคว้นเหลียว เหตุเนื่องจากเซียวฟงพาอาจูไปหาหมอเทวดาที่หมู่บ้านผู้กล้าและได้ปะทะกับชาวยุทธ์จนเป็นสาเหตุให้เจ้าบ้านผู้กล้าทั้งสองต้องจบชีวิตลง แต่อิ้วถานจื่อถูกทหารซิตันจับมาได้และได้มาพบกับเซียวฟง อิ้วถานจื่อบังเอิญเก็บคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นที่เซียวฟงทำตกไว้ได้และได้หลงรักอาจื่อผู้เป็นน้องสาวอาจูโดยบังเอิญ แต่อาจื่อผู้มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตได้นำหน้ากากเหล็กที่เพิ่งหลอมเสร็จมานาบหน้าของอิ้วถานจื่อจนเชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกัน แต่กระนั้นอิ้วถานจื่อก็ได้ติดตามรับใช้อาจื่อด้วยความภักดี อาจื่อมักจะให้สัตว์พิษกัดอิ้วถานจื่อเพื่อฝึกวิชา อิ้วถานจื่อจึงฝึกคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นเพื่อขับพิษจนกลายเป็นยอดฝีมือ อิ้วถานจื่อได้รับการสนับสนุนจากฉวนกวนชิงแห่งพรรคกระยาจกจนได้เป็นประมุขพรรคกระยาจกคนใหม่ อิ้วถานจื่อถูกยุยงให้ท้าประลองกับวัดเส้าหลินเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดงานชุมนุมชาวยุทธ์ในวัดเส้าหลินขึ้น ฝ่ายหลวงจีนน้อยวัดเส้าหลินนามซีจุ๊นำเทียบเชิญไปส่งให้เหล่าชาวยุทธ์และได้บังเอิญเข้าร่วมงานหมากล้อมและได้พบกับยอดฝีมือหลายคนรวมทั้งต้วนอี้ ซีจุ๊บังเอิญแก้กลหมากล้อมของอู๋หยาจื่อได้ เขาจึงได้รับการถ่ายทอดพลังเจ็ดสิบปีจากอู๋หยาจื่อและได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์ต่อจากอู๋หยาจื่อ ซีจุ๊ทำตามคำสั่งเสียของอู๋หยาจื่อจนได้เข้าไปพัวพันกับความแค้นของนางเฒ่าทาริกาเทียนซานและหลี่ชิวสุ่ย ทั้งสองได้ต่อสู้กันจนตกตายตามกัน ก่อนตายนางเฒ่าทาริกาได้มอบตำแหน่งเจ้าสำนักเทียนซานให้ซีจุ๊ ซีจุ๊ได้ฝึกวิชาสำนักสราญรมย์และเทียนซานจนแตกฉานกลายเป็นยอดฝีมือ ภายหลัง เซียวฟง ซีจุ๊ และต้วนอี้ได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน ซีจุ๊ได้อภิเษกกับองค์หญิงแห่งซีเซี่ย ต้วนอี้ได้เป็นฮ่องเต้แห่งต้าหลี่และอภิเษกกับหวังอวี่เยี่ยน แต่สำหรับเซียวฟง มู่หยงฟู่ และอิ้วถานจื่อนั้นจบลงด้วยโศกนาฏกรรม มู่หยงฟู่ทำการกู้ชาติไม่สำเร็จจนสติฟั่นเฟือน อิ้วถานจื่อต้องพิการและเสียชีวิตเพื่อสังเวยความรักอันบริสุทธิ์ที่มีต่ออาจื่อ ส่วนเซียวฟงนั้นต้องเสียสละตนเองเพื่อให้แคว้นซ่งและเหลียวทั้งสองแคว้นยุติสงครามไม่รุกรานต่อกัน 
(ที่มา:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2)








วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทัศนคติที่ถูกต้องจะเอื้อให้การลงทุนประสบความสำเร็จ

ทัศนคติที่ถูกต้องจะเอื้อให้การลงทุนประสบความสำเร็จ

--------------------------------------------------------
             ทำไมผมถึงบอกแบบนั้น ผมจะถามว่าเพื่อนๆเคยรู้จักคนที่ทำอะไรก็ไม่เคยยอมรับผิดเลยรึเปล่าครับ คนที่ตัวเองทำผิด แต่มักจะโทษแต่คนอื่น คนแบบนี้เป็นคนที่ไม่ยอมรับข้อเสียหรือข้อผิดพลาดของตัวเอง และคนแบบนี้แหละเค้าจะไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้ ไม่สามารถแก้จุดเสียของตัวเองได้เลย หากใครก็ตามที่มีลักษณะเข้าเค้าแบบนี้ ผมกล้าการันตีได้เลยว่า ไม่มีทางเลยที่จะประสบความสำเร็จในด้านการลงทุนอย่างเด็ดขาด เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะว่า...คนที่ยอมรับความผิด ยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิดพลาด เค้าจะกล้า cut loss แต่คนที่ไม่ยอมรับเค้าจะถือต่อ ทั้งๆที่การลงทุนนั้นผิดทาง (กล้าถือหุ้นติดลบ,ตัวแดง) แล้วเค้าก็จะเชื่อว่ามันจะกลับมา (มโนเข้าข้างตัวเองโดยไม่มองความเป็นจริง) บอกว่าตัวเองไม่ผิด ทำให้สุดท้ายขาดทุน และเสียโอกาสแทนที่จะ cut loss แล้วนำเงินไปลงทุนในหุ้นตัวอื่นที่มีอนาคต ผลตอบแทนที่ดีกว่า  สำหรับคนที่กล้า cut loss ก็เหมือนคนที่ยอมรับข้อเสียของตัวเอง และรู้จักให้อภัยตัวเอง พร้อมที่จะแก้ไขในสิ่งผิด กล้ายอมรับ กล้าแก้ไข นั่นเอง


วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เทรด forex สไตล์ Simple is the best โดยการเทรดตาม channel Ep1 


Case Study









เทรด forex สไตล์ Simple is the best โดยใช้เทคนิคการ scalping Ep2



case study









วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การถ่ายทอดเชิงปรัชญา

            สมัยก่อนเวลาผมอ่านหนังสือผมมักจะสงสัยว่า ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกไม่เคยบอกวิธีการแบบละเอียดให้เราได้เรียนรู้เลย(คิดในใจว่าเค้ากั๊กรึเปล่าน้า) แต่เขาเหล่านั้นมักจะสอนและถ่ายทอดไปในเชิงปรัชญาซะมากกว่า จนวันที่ผมได้ตกผลึกเองกับตัวจึงเข้าใจแล้วว่า การจะเข้าใจปรัชญาได้อย่างลึกซึ้งนั้นจะต้องเกิดจากการทำมันขึ้นมาเองกับมือ นั่นคือ เรียนรู้โดยการลงมือทำมันซะ!!! คงไม่มีใครหรอกที่นั่งเรียนว่ายน้ำแล้วจะว่ายน้ำเป็นเลยโดยที่ตัวไม่เปียก ซึ่งการถ่ายทอดเชิงปรัญญาแล้วเรานั้นนำไปประยุกษ์ใช้แตกหลักคิดแก่นปรัชญาออกมาเป็นวิธีการอย่างละเอียดนั้นจะดีกว่า เพราะว่าหากถ่ายทอดเป็นขั้นตอนรายละเอียดแล้วนั้นผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดก็จะไปยึดติดกับวิธีการมากจนเกินไป และวิธีการเดิมๆไม่สามารถนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีกแล้วได้ผลลัพธ์เดิมได้ เพราะเราอยู่ในกฏของโลก ก็คือ กฏของการเปลี่ยนแปลง เกิด ขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรคงอยู่มั่นคงถาวร (อาชีพที่บอกว่ามั่นคง นั้นไม่มีจริงนะครับ มันเป็นการพูดเพื่อให้ดูดีเฉยๆ) กาลเวลาเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยน วิธีการก็ต้องเปลี่ยนตามเช่นกัน แต่ปรัชญาที่เป็นแก่นนั้นยังคงอยู่และมีความยืดหยุ่น สุดท้ายแล้วผู้ที่นำไปใช้ก็ต้องเอาไปประยุกษ์ใช้ในแบบฉบับของตัวเอง และสุดท้ายเค้าก็จะมีเส้นทางที่นำไปสู่ความสำเร็จในแบบของเค้าเองเช่นกัน ........สวัสดีวันแม่ครับ ^ ^

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คนสองกลุ่ม

เมื่อโลกทุกวันนี้แบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม

ผมจะสมมุติว่ามีกลุ่ม A และกลุ่ม B
 และทุกๆครั้งก็จะมีคนบางกลุ่ม(กลุ่มA)ที่กำลังหาปัจจัยในการสร้างและเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างที่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่    แต่ก็มีจะมีอีกกลุ่มที่เห็นคนกลุ่ม A พยายามทำอะไรบางอย่าง ซึ่งกลุ่มนี่แหละ(กลุ่มB )เค้าก็จะพยายามหาเหตุผล 108 ประการทุกสิ่งอย่างว่าจะมีปัจจัยหรืออะไรบ้างที่จะบอกว่าสิ่งที่คนกลุ่ม A พยายามสร้างมันทำไม่สำเร็จหรอก     .........................แต่เมื่อระยะเวลาล่วงเลยผ่านไป ไอ้สิ่งที่คนกลุ่ม A ได้พยายามสร้างมันได้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันไปเรียบร้อยละ ในขณะที่กลุ่ม B เมื่อเห็นดังนั้น    เชื่อมั้ยว่าไอ้พวกกลุ่ม B มันก็จะพยายามอธิบายว่าไอ้สิ่งที่กลุ่ม A สร้างนั้นมันสร้างเสร็จได้เพราะอะไรด้วยเหตุผลนานับประการ  .....นั่นแหละครับในขณะที่บางคนทำมันไปจนเรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีคนอีกประเภทที่ยังคงไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะมัวแต่อธิบายอยู่นั่นเอง
.
..
....
.......

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ระบบเทรดและความเชื่อ

ระบบเทรดและความเชื่อ

            บทความนี้ผมจะพูดเกี่ยวกับระบบเทรดและความเชื่อว่ามันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร จากประสบการณ์และที่ได้ศึกษามาผมคงต้องบอกกับท่านผู้อ่านว่ามันมีความสัมพันธ์กัน มากๆเลยล่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะว่าโดยธรรมชาติ ขอย้ำว่า "ธรรมชาติ" ของมนุษย์เรานั้น กระบวนการของการกระทำนั้นนั้นมาจาก ความเชื่อ และ อารมณ์ ใช่ไม่ผิดหรอกครับ การกระทำของเรานั้นไม่ได้ ถูกขับเคลื่อนออกมาจาก เหตุผล แต่มันเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ 

อารมณ์+ความเชื่อ ===>การกระทำ====>ผลลัพธ์

                     แน่นอนว่าผลลัพธ์จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีการกระทำ แต่!!! เราจะไม่ยอมทำอะไรเลยถ้าเราขาดความเชื่อ เพราะเราไม่ได้เชื่อมันอย่างฝังจิตฝังใจ ท่านผู้อ่านถึงตรงนี้และผมขอแนะนำให้เปิด youtube แล้วเปิดเพลงความเชื่อ ของ bodyslam คลอตามนะครับ ผมจะยกตัวอย่างนะครับว่าไอ้ความเชื่อเนี่ยมันเป็นยังไง เช่น คนที่อยากมีรายได้เดือนละล้าน แน่นอนครับใครๆเค้าก็อยาก แต่หลายๆคนก็ได้แค่อยากแต่ไม่ยอมมองหาโอกาสแผนการหรือความเป็นไปได้เลยว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะความเชื่อที่อ่อนแรงจะไม่ส่งพลังให้คุณยอมลงมือทำ สมองคุณได้ถูกปิดตายไปแล้วครับ เอาใหม่ลองเป็นเงินเดือนหลักแสนดูบ้าง นั่นไงมีหลายคนที่เริ่มมองหอช่องทางและสมองได้ประมวลผลหาวิธีการไปแล้วล่ะว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่แน่นนอนกับอีกหลายๆคนที่อ่านอยู่ก็คงมึนตื้อไม่ใช่น้อยและสมองยังถูกปิดตายว่ามันเป็นไปไม่ได้ ...เอาใหม่ เอารายได้เดือนละหลักหมื่นแล้วกัน  แหม!!นั่นไง คิดออกเลยใช่มั้ยละครับว่าจะทำยังไง อารมณ์+ความเชื่อ ระหว่าง การทำเงินเดือนละล้านกับเดือนละหมื่นมันต่างกันมากใช่มั้ยละครับ ไอ้อารมณ์และความเชื่อนี่แหละที่มันผลักดันให้เรากล้าที่จะลงมือทำมันให้เกิดขึ้นจริงๆ 
                     โอเคเข้าเรื่องเทรดกันเลยละกันถ้าให้ผมพูดต่ออีกสองวันก็ไม่จบครับ สำหรับอารมณ์และความเชื่อ  แน่นอนเทรดเดอร์ทั้งหลายทั้งมือใหม่มือเก่าที่ดูแล้วยังรู้สึกไม่สำเร็จหรือยังไม่ผ่านจุด เติบโตของพอร์ทแบบต่อเนื่องไปได้ หลายคนพยายามวิ่งหาระบบ วิ่งหาที่เรียน ที่นู้นว่าดีที่นี่ว่าเจ๋ง คนนู้นเทพ คนนั้นพระเจ้า แต่พอตามไประยะแรกอาจจะออกมาดีแต่พอเทรดไปซักพักสุดท้ายก็กลับมาอิหร็อบเดิม นั่นก็เพราะส่วนนึงคือความเชื่อที่มันได้หายไปครับ(เจือจางลงเพราะไม่มีคนสอนdriveให้) แล้วอีกอย่างหนึ่งคือ จริตของคนเรามันไม่เหมือนกัน ย้ำครับคำว่า "จริต" เพราะถ้าศึกษามาหรือได้อ่านมาท่านก็จะได้เห็นผ่านตามาแล้วล่ะว่าเทรดเดอร์หรือนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จล้วนมักแต่บอกว่า สุดท้ายแล้วเราก็จะต้องหาระบบที่เป็นของเราเองให้เจอ เพราะว่าระบบที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จมันต้องตอบสนองต่อความเชื่อและอารมณ์ของเราครับ เพราะว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันได้ถูก drive หรือถูกผลักดันจากสิ่งเหล่านี้ เพราะถ้าหากเราพยายามเดินตามทางของคนอื่น 100% โอเคถ้ามันถูกกับจริตเราก็ดีไป แต่ถ้าไม่ละเราอาจจะต้องทำการปรับให้เข้ากับเรา ถึงจะเป็นสไตล์ใครสไตล์มันครับ สุดท้ายนี้เพียงอยากจะบอกว่า อย่าไปให้ความสนใจกับสิ่งภายนอกให้เยอะนักเพราะสิ่งที่สำคัญจริงๆคือไอ้สิ่งที่อยู่ภายในครับ....หมั่นดูจิตดูใจตัวเองให้เยอะ ฝึกกับตัวเองให้มากๆอย่าไปไล่ตามคนอื่น แต่จงสร้างสไตล์ของตัวเองขึ้นมา ค้นหาตัวเองให้เจอครับผม

ถ้าพี่น้องตระกูลไรท์ ไม่เชื่อว่ามนุษย์เราบินได้ป่านนี้เราคงไม่มีเครื่องบินให้นั่งกัน
แล้วถ้าพี่น้องตระกูลไรท์เค้าไม่เชื่อว่าบินได้ เค้าก็คงไม่ลงมือทำทั้งๆที่คนทั้งโลกบอกว่าเค้าบ้า

ถ้ามัวแต่เดินตามรอยเท้าของผู้อื่น .............เราก็จะไม่มีรอยเท้าเป็นของตนเอง